บาคาร่าเกมคาสิโนออนไลน์,หวยออนไลน์รัฐบาล

Biz PR

จาก Blue Finance สู่ In-House Banking ‘ไทยยูเนี่ยน’ เดินหน้านวัตกรรมการเงินต่อเนื่อง

บริษัท จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักในหลักทรัพย์ว่า TU ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2520 โดยเริ่มจากโรงงานผลิตอาหารทะเลบรรจุกระป๋องในมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ปัจจุบัน ไทยยูเนี่ยนถือได้ว่าเป็นผู้ผลิตอาหารทะเลระดับโลกและหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตทูน่าบรรจุกระป๋องที่ใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยยอดขายต่อปี กว่า 141,000 พันล้านบาท  และแรงงานทั่วโลกมากกว่า 40,000 คน ที่ทุ่มเทให้กับการบุกเบิกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่สร้างสรรค์และยั่งยืน

ไทยยูเนี่ยนเป็นเจ้าของแบรนด์ทั่วโลก ประกอบด้วย แบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดโลกอย่าง Chicken of the Sea, John West, Petit Navire, Parmentier, Mareblu, King Oscar และ Rügen Fisch รวมทั้งแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ ซีเล็ค ฟิชโช คิวเฟรช โมโนริ เบลลอตต้า และมาร์โว่ นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบอาหารภายใต้แบรนด์ UniQ™BONE และ UniQ™DHA และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพแบรนด์ ZEAvita.

บริษัทดำเนินงานใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปบรรจุกระป๋องและบรรจุภัณฑ์อื่นๆ 2) กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น และ 3) กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า

ผลิตภัณฑ์ของบริษัทครองตลาดหลักๆ ทั่วโลกซึ่งประกอบด้วย อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชีย มีฐานการผลิตกระจายอยู่ 14 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งมีเครือข่ายในการจัดหาวัตถุดิบผลิตและเครือข่ายการกระจายสินค้าครอบคลุมทั่วโลก นอกจากนี้จะเห็นได้ว่า ไทยยูเนี่ยนมียอดขายหรือตลาดกระจายตัวอยู่ทั่วโลก โดยตลาดหลักอยู่ที่อเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกาและแคนาดา) 44% และยุโรป 25% ในขณะที่ยอดขายในประเทศไทยมีสัดส่วนที่ 11% และตลาดอื่นๆ อีก 20% ของยอดขายทั้งหมด

นายยงยุทธ เสฏฐวิวรรธน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการบริหารการเงินกลุ่มและศูนย์บริการร่วมทางการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เดินหน้านวัตกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง  ด้วยศูนย์บริหารและบริการร่วมทางการเงิน หรือ Global Treasury Center ของบริษัท ที่ได้ดำเนินงานด้าน In-House Banking & Automation ในปีนี้ ต่อเนื่องจากปี 2564 ที่ TU ได้เปิดตัว Blue Finance  หรือการเงินที่ส่งเสริมความยั่งยืน โดยนำเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ต้องทำให้สำเร็จเข้ามาเป็นหลักเกณฑ์ประเมินอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ด้วย   โดยโมเดล In-House Banking นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารจัดการสินทรัพย์และหนี้สิน ขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ของกระแสเงินสด และการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงิน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ทั่วโลก ไทยยูเนี่ยน เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารและการบริการทางการเงินแบบรวมศูนย์ จึงได้จัดตั้ง Global Treasury Center ในปี 2558  โดยทำงานร่วมกับศูนย์บริหารเงินในลักเซมเบิร์กที่บริหารงานที่เกี่ยวข้องในทวีปยุโรปและอีกศูนย์หนึ่งซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองลอสแองเจลีสสำหรับการบริหารงานที่เกี่ยวข้องในสหรัฐอเมริกา

ในการตั้ง Global Treasury Center  บริษัทจะต้องได้รับใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งไทยยูเนี่ยนได้ดำเนินตามขั้นตอนต่างๆ จนได้ใบอนุญาตดังนี้

2558

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน (Treasury Center) จากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย

ใบอนุญาตจากกรมสรรพากรในการเป็นสำนักงานใหญ่ระหว่างประเทศ (International Headquarter: IHQ)

2562

ใบอนุญาตจากกรมสรรพากรข้างต้นได้เปลี่ยนเป็นใบอนุญาตในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC)

ในปี  2558 ไทยยูเนี่ยนยังได้เริ่มระบบการจัดการสภาพคล่องทางการเงินระหว่างส่วนกลางกับบริษัท ในกลุ่มประเทศยุโรป (Global Cash Pooling) โดยมีการบริหารรวบรวมแต่ละบริษัท เพื่อนำมาบริหารจัดการแบบรวมศูนย์และบริษัทได้ขยายขอบเขตของ Global Cash Pooling ให้ครอบคลุมการจัดการสภาพคล่องทางการเงินระหว่างส่วนกลางกับกลุ่มบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2560

ในปี 2559 ไทยยูเนี่ยน ได้เริ่มรีไฟแนนซ์เงินกู้ระยะยาวของบริษัทในเครือแถบทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยใช้แหล่งเงินทุนจาก Global Treasury Center ของบริษัทเอง  สำหรับ In-House Banking ของธุรกิจไทยยูเนี่ยนในประเทศไทยนั้นเริ่มในปี 2563 ขณะที่โครงสร้างหรือโมเดลการทำงาน In-House Banking นั้นได้เริ่มในสำนักงานต่างๆ ของไทยยูเนี่ยนในทวีปยุโรปก่อนแล้ว

โมเดลการทำงานของศูนย์บริหารและบริการร่วมทางการเงินของไทยยูเนี่ยนในยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย นั้นมีความแตกต่างกัน กล่าวคือ

ศูนย์บริหารเงินระดับภูมิภาคที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป : ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการเงินทุน เงินสด และสภาพคล่องทางการเงิน โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่จะคอยบริหารรวบรวมแต่ละบริษัท เพื่อนำมาบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ที่ไทยยูเนี่ยนที่ประเทศไทย ในส่วนของการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินนั้น ได้มีการวางนโยบายหลักจาก Global Treasury Center แต่มีการดำเนินการตามนโยบายกับธนาคารในระดับแต่ละภูมิภาค

Global Treasury Center ที่ประเทศไทย : เป็นแหล่งเงินทุนหลักให้กับบริษัทในเครือทั้งหมด ด้วยการบริหารจัดการเงินสดและสภาพคล่องจากศูนย์กลาง ทำให้กิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทำกับธนาคารโดยตรงลดปริมาณธุรกรรมลง และสามารถเพิ่มอำนาจการต่อรองได้มากขึ้น พร้อมทั้งกำหนดนโยบายเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินและตรวจสอบต่างๆ อีกด้วย

ในส่วนของกระบวนการอัตโนมัติทางธุรกิจ (Automation) ไทยยูเนี่ยนเริ่มใช้ Robotic Process Automation (RPA) ในกระบวนการ In-House Banking ของบริษัทสำหรับขั้นตอนและรายงานทางการเงินประเภทต่างๆ ภายในบริษัท ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่บริษัทได้เริ่มนำมาใช้ในปี 2564 ทำให้บริษัทสามารถรวบรวมข้อมูลทางการเงินประเภทต่างๆ เช่น การเก็บเงิน การจ่ายเงิน และสถานะเงินสด ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นปัจจุบันมากขึ้น  เมื่อเทียบกับกระบวนการทำงานแบบเดิมที่ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 3-7 วัน

นอกจากนี้ RPA ยังช่วยให้ขั้นตอนการทำงานต่างๆ ที่ทำเป็นประจำสะดวก รวดเร็วมากขึ้น เช่น การรับข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง การโอนเงิน การบันทึกการโอนเงินเข้าระบบ การจัดทำรายงานทางการเงิน และการส่งรายงานและข้อมูลทางการเงินไปยังฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องได้โดยอัตโนมัติและทันท่วงที

 

(Patrick de Noirmont)

กล่าวโดยสรุปคือ นวัตกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นโดยศูนย์บริหารและบริการร่วมทางการเงินของไทยยูเนี่ยนส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจทั้งในเรื่องต้นทุนทางการเงินและประสิทธิภาพในการทำงาน และมีข้อดีหลักๆ  3 ประการได้แก่

ในแง่ของประสิทธิภาพในการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ ทำให้ทีมสามารถบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น อีกทั้งขั้นตอนต่างๆ ก็ลดลงและง่ายขึ้น

ในแง่ของหลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแล บริษัทสามารถเห็นภาพของกระแสเงินสดและบริหารจัดการกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึง การบริหารจัดการแหล่งที่มาของเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในแง่ของการบริหารจัดการที่คงค้างอยู่ในบัญชี ทั้งในรูปของเงินสด และลดการถือเงินสดในมือ ซึ่งจะทำให้สามารถบริหารจัดการเงินทุนของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น

ถึงแม้จะธุรกิจหลักของไทยยูเนี่ยนจะเป็นผู้ผลิตอาหารทะเล แต่ด้วยธุรกิจที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก และการที่บริษัทให้ความสำคัญกับนวัตกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เราได้นำนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาพัฒนาการบริหารจัดการทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไทยยูเนี่ยนวางแผนกลยุทธ์ไปจนถึงปี 2568 โดยตั้งต้นจากแนวคิด Healthy Living, Healthy Oceans เป็นการสร้างกลยุทธ์จากเทรนด์ระยะยาวของผู้บริโภคทั่วโลกที่มองหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีความยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดขายในระดับปานกลางและเพิ่มอัตราการทำกำไรให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของ 3 ธุรกิจหลัก บริษัทยังคงมุ่งเน้นการเสริมกำลังให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นโดยการนำเทคโนโลยีออโตเมชั่น เข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้ก้าวทันอนาคต รวมถึงสร้างแบรนด์ต่างๆ ที่มีอยู่ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังเพิ่มการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น ธุรกิจอินกรีเดียนท์ นิวตรีชั่น (น้ำมันปลา แคลเซี่ยม คอลลาเจน โปรตีนสกัดจากปลาทูน่า เป็นต้น) และโปรตีนทางเลือก เป็นต้น และนำเรื่องนวัตกรรม รวมถึงสตาร์ทอัพ เข้ามาช่วยเสริมเพื่อให้ธุรกิจก้าวทันโลก ซึ่งทั้งหมดได้ดำเนินการไปควบคู่กับการรักษาความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม การดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างถูกต้องและเป็นธรรม และ ความปลอดภัยของผู้คนที่เกี่ยวข้อง

ไทยยูเนี่ยนถือเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารทะเลของโลก ที่นอกจากจะมุ่งมั่นผลิตอาหารทะเลคุณภาพยังให้ความสำคัญกับรสชาติ สุขภาพและนวัตกรรมในการพัฒนาสินค้าอาหารให้กับผู้บริโภคทั่วโลก  ไทยยูเนี่ยนถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลชั้นนำของโลกและหนึ่งในผู้ผลิตทูน่าบรรจุกระป๋องที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2537 ปัจจุบันมีโรงงาน 14 แห่ง กระจายใน 11 ประเทศทั่วโลก

จากการที่บริษัทให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบทั่วโลก ไทยยูเนี่ยนยังได้เป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation: ISSF) ในปี 2558 ไทยยูเนี่ยนเปิดตัวกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange® และดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาโดยตลอด จนส่งผลให้ไทยยูเนี่ยนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) สำหรับตลาดเกิดใหม่ 8ปีติดต่อกัน โดย ได้รับเลือกเป็นบริษัทอันดับ 2 ของกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร

 

 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: